ตากุ้งยิง (Hordeolum) สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันตาอักเสบเรื้อรัง

ศูนย์ : ศูนย์จักษุ

บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร

ตากุ้งยิง

หากใครตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเจ็บบริเวณเปลือกตา และยังมีตุ่มนูนแดงขึ้นมารบกวนการมองเห็น อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "โรคตากุ้งยิง" ภาวะการอักเสบบริเวณเปลือกตาที่เกิดกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่แต่งหน้า ขยี้ตาบ่อย หรือใส่คอนแทคเลนส์ แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงกับดวงตา แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลอย่างถูกวิธี อาจบวมโตจนตาปิด เกิดหนอง หรือกลายเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อดวงตาได้


โรคตากุ้งยิง คืออะไร?

โรคตากุ้งยิง (Hordeolum) คือ ภาวะการอักเสบเฉียบพลันของต่อมไขมันบริเวณฐานของขนตาหรือใต้เปลือกตา ส่งผลให้เกิดเป็นตุ่มนูนแดง มีอาการเจ็บ บวม หรือเป็นก้อนบริเวณเปลือกตา โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ต่อมไขมันที่เกิดการอุดตันนำมาก่อน

> กลับสารบัญ


สาเหตุของโรคตากุ้งยิง เกิดจากอะไร?

สาเหตุสำคัญของตากุ้งยิงคือการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่มีอยู่ตามปกติบริเวณผิวหนัง ซึ่งเมื่อต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาเกิดการอุดตัน เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปสะสมจนเกิดการอักเสบเป็นหนอง โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นต้นเหตุทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ได้แก่

  • ความสะอาดของเปลือกตาไม่เพียงพอ มีการขยี้ตาบ่อยๆ
  • การใช้เครื่องสำอาง เช่น ทาอายไลเนอร์ มาสคาร่า แล้วล้างออกไม่หมดหรือเช็ดเครื่องสำอางไม่สะอาด
  • การใส่คอนแทคเลนส์ ถอดหรือใส่คอนแทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาด

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

อาการตากุ้งยิง สัญญาณเตือนที่คุณต้องรู้

อาการตากุ้งยิงมักแสดงออกชัดเจน หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าเริ่มเสี่ยงเป็นตากุ้งยิงแล้ว ได้แก่

  • ปวดบริเวณหนังตา รู้สึกปวดตึง เคืองตา โดยเฉพาะเมื่อกลอกตาหรือหลับตา
  • บวมแดงและคลำได้ก้อน เกิดตุ่มนูนแดง หรือคลำเจอเป็นก้อนบริเวณเปลือกตา
  • เปลือกตาบวมมาก ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการบวมหนักจนตาปิด
  • มีหนองไหล อาจมีหนองไหลออกมาจากเปลือกตา หากหนองแตกภายในดวงตาจะทำให้ขี้ตากลายเป็นสีเขียว

> กลับสารบัญ


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยตากุ้งยิงไว้ ไม่ยอมรักษา

แม้ตากุ้งยิงจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี หนองอาจไม่หายเองหรือแตกออกกลายเป็นก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอันตราย ได้แก่

  • ก้อนหนองบดบังการมองเห็น ก้อนหนองโตขึ้นเรื่อยๆ จนรบกวนสายตา
  • เกิดแผลที่แก้วตา หรือเกิดความผิดปกติของหนังตา
  • ขนตางอกผิดปกติ หรืออาจเกิดเป็นรูบริเวณเปลือกตา
  • ดวงตาอักเสบลุกลาม เชื้อแพร่กระจายจนทำให้โครงสร้างตาอักเสบอย่างรุนแรง

> กลับสารบัญ


วิธีรักษาตากุ้งยิงอย่างถูกต้อง หายไว ไม่เป็นซ้ำ

วิธีรักษาตากุ้งยิงแบ่งออกเป็น 2 ระยะตามความรุนแรงของโรค ดังนี้

  1. การรักษาตากุ้งยิงระยะแรก (ยังไม่มีหนอง) หากเริ่มมีอาการบวมเจ็บแต่ยังไม่เป็นก้อนหนองชัดเจน สามารถดูแลได้ด้วยวิธีดังนี้
    • การประคบอุ่น โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือไข่ต้มสุกห่อผ้าสะอาด ประคบบริเวณที่เป็นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที ทำต่อเนื่อง 3-4 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวม เจ็บ และช่วยให้รูเปิดของต่อมเปลือกตาเปิดออกไม่ให้อุดตัน (ขณะประคบต้องหลับตาเสมอ)
    • การใช้ยา ควรได้รับการตรวจและสั่งยาโดยจักษุแพทย์ ซึ่งมักประกอบด้วยยาปฏิชีวนะชนิดหยอดตา ยาป้ายตา หรือยารับประทานร่วมด้วยในบางราย
  2. การรักษาตากุ้งยิงระยะมีหนอง (เป็นมานาน 2-3 วันขึ้นไป) หากประคบอุ่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น และเริ่มเห็นก้อนหนองภายในชัดเจน จำเป็นต้องพบจักษุแพทย์เพื่อทำการ เจาะและขูดเอาหนองออก จากนั้นใช้ยาปฏิชีวนะต่ออีก 3-5 วัน หรือจนกว่าการอักเสบจะหายขาด ทั้งนี้ไม่ควรบีบหรือเค้นหนองที่เปลือกตาด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อลุกลามหนักกว่าเดิม

    ขั้นตอนการผ่าตัดเจาะระบายหนองตากุ้งยิง

    ผ่าตากุ้งยิงเจ็บไหม? หลายคนกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัดเจาะหนอง แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ดังนี้

    1. จักษุแพทย์จะหยอดยาชาและฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณเปลือกตา ทำให้ขณะทำหัตถการผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บ
    2. การดูแลหลังเจาะหนอง แพทย์จะปิดตาข้างที่ทำไว้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง เพื่อห้ามเลือดและลดอาการบวม
    3. ข้อปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ โดยงดขับรถในช่วงที่ปิดตา 4-6 ชั่วโมง งดการขับขี่ยานพาหนะเด็ดขาดเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

    หากมีอาการปวดเจ็บ สามารถทานยาแก้ปวดได้ครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ

> กลับสารบัญ



5 ข้อการป้องกันโรคตากุ้งยิง

เพื่อป้องกันไม่ให้ตากุ้งยิงกลับมาเป็นซ้ำ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอนามัยส่วนบุคคลดังนี้

ข้อควรปฏิบัติ ข้อควรปฏิบัติ
1. รักษาความสะอาดดวงตา ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่บ่อยๆ ก่อนสัมผัสใบหน้า
2. งดแต่งหน้าและคอนแทคเลนส์ ในช่วงที่เป็น ให้งดการทาเครื่องสำอางและงดใส่คอนแทคเลนส์
3. ดูแลสุขอนามัยรอบข้าง สระผมบ่อยๆ และระวังอย่าให้เส้นผมยาวลงมาแยงตา
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา ห้ามขยี้ตา ห้ามบีบหนองด้วยตัวเองเด็ดขาด
5. พบแพทย์ทันที หากสงสัยว่าเริ่มมีอาการ ให้รีบพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยโรคตากุ้งยิง (FAQs)

1:ตากุ้งยิงบีบหนองเองได้ไหม?

ตอบ: ไม่ควรบีบหนองเองเด็ดขาด การบีบหรือเค้นหนองด้วยตัวเองอาจทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำ เกิดการอักเสบระยะรุนแรงขึ้น และเชื้อแบคทีเรียอาจแพร่กระจายเข้าสู่ดวงตาจนเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

2:ประคบอุ่นตากุ้งยิง ต้องใช้อะไร และทำอย่างไร?

ตอบ: สามารถใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น หรือใช้ไข่ต้มสุกห่อผ้าสะอาด นำมาประคบบริเวณเปลือกตาขณะหลับตา วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที เป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อช่วยลดปวด บวม และขยายรูเปิดต่อมไขมัน

3:ตากุ้งยิงกี่วันหาย และเมื่อไหร่ควรรีบไปพบแพทย์?

ตอบ: โดยทั่วไปตากุ้งยิงอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์หากดูแลอย่างถูกต้อง แต่หากผ่านไป 2–3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น คลำเจอก้อนหนองชัดเจน หรือมีอาการบวมแดงรุนแรง ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อเจาะระบายหนอง

> กลับสารบัญ


โรคตากุ้งยิงแม้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่การดูแลความสะอาดเปลือกตาและการรักษาสุขอนามัยคือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้โรคนี้กลับมาก่อกวน หากเริ่มมีสัญญาณเตือน การประคบอุ่นและงดการขยี้ตาจะช่วยบรรเทาอาการในระยะแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากมีก้อนหนองเกิดขึ้นหรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ การเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาและเจาะหนองอย่างถูกวิธีคือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด



ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า
ตกลง

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย